ที่ผ่านมา เราได้แต่เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์โกรธขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มากบ้าง น้อยบ้าง บางทีทำให้มันเจริญโตบโตขึ้นมาจนรับมือกับมันไม่ไหว ทำให้ตัวเรา จิตใจเราเอง ร้อนเป็นไฟ แล้วจะทำอย่างไร ถ้าเมล็ดพันธุ์โกรธเกิดขึ้นมาแล้ว?
ฉันได้คำตอบโดยบังเอิญ จากหนังสือเล่มหนึ่ง ได้เขียนเกี่ยวกับความโกรธไว้อย่าง อ่อนโยนอ่านแล้วเข้าใจง่าย และยิ้มได้อย่าง อ่อนโยน “ฉันได้รู้วิธีโอบรับความโกรธแล้ว” ด้วยการปลูก “เมล็ดพันธุ์แห่งสติ” ขึ้นมารับมือกับ “เมล็ดพันธุ์ความโกรธ” นั้น
เคล็ดลับวิธีการปลูกก็มีดังนี้
“หายใจเข้า ฉันรู้ว่าความโกรธกำลังเกิดขึ้นมา
หายใจออก ฉันดูแลความโกรธของฉัน
หายใจเข้า ฉันรู้ว่าความโกรธนั้นยังอยู่ในตัวฉัน
หายใจออก ฉันโอบรับความโกรธด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวล”
“ขอให้เราปล่อยให้ความโกรธ ความกลัวเหล่านั้น ได้อาบน้ำอยู่ในห้วงสติ มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก ที่เราจะสามารถโอบรับ โอบอุ้มความโกรธความกลัวของเราได้ในพลังแห่งสติ
และเธออาจใช้เวลาที่จะโอบรับความเจ็บปวด ความเศร้าโศกนั้นนานเท่านานที่ความรู้สึกนั้นต้องการ และหลังจากนั้น ความรู้สึกนั้นก็จะกลับไปสู่ที่ของมัน
เมื่อความรู้สึกนั้นได้กลับออกไปจากจิตสำนึกไปสู่จิตใต้สำนึกอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่เมล็ดพันธุ์ความโกรธก็จะเริ่มอ่อนตัวลง ถ้าเธอสามารถฝึกปฏิบัติได้อย่างสำเร็จ ในการที่จะโอบรับ โอบอุ้มความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นมาบนจิตสำนึกของเธอ
เธอจะไม่มีความกลัวต่อเมล็ดพันธุ์ความโกรธเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้นมาอีก เธอรู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์ความโกรธเหล่านั้นได้ผุดขึ้นมาอีก เธอก็จะดูแลด้วยความรักความเมตตาและเมล็ดพันธุ์โกรธเหล่านั้นก็จะกลับไปนอนเนื่องอยู่ในจิตใต้สำนึก โดยพลังแห่งเมล็ดพันธุ์โกรธเหล่านั้นก็จะอ่อนตัวลง”
จากหนังสือ “ห้าวันที่ฉันตื่น กับติช นัท ฮันห์” เขียนโดย สหรัฐ เจตมโนรมย์
ขอฝากไว้อีกเล็กน้อยว่า การเราโกรธ เกลียด อาฆาตใครสักคน คนคนนั้นเค้าอาจจะไม่รู้ตัว หรือไม่ได้รับรู้อะไรมากมาย มีแต่ตัวเราเองนี่แหละที่ทั้งเจ็บปวดและรู้สึกแย่ เป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว สู้เรารู้ตัวว่าโกรธและพยายามสลัดมันออกไปจากความคิดให้ได้เร็วที่สุดดีกว่า ยิ่งเก็บไว้ตัวเองนานเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ตัวเองแย่ลงไปทุกที แรกๆอาจะจะทำยาก แต่หัดเตือนตัวเองบ่อยๆ จะสลัดมันทิ้งได้เร็วขึ้น ลองทำดูนะ แล้วเราจะยิ้มรับความโกรธนั้นได้



















